 ICE ทำหน้าที่อะไร ?
| » |
ICE ได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนคัดเลือกอาสาสมัครนักเรียนทุน เพื่อจัดส่งนักเรียนให้กับองค์กรอเมริกันซึ่งดำเนินการเรื่องนักเรียนแลกเปลี่ยนมากว่า 10 ปี จากนักเรียนทั่วโลกเพื่อไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา |
| » |
เนื่องจากหน้าที่ขององค์กรในประเทศไทยเป็นผู้คัดเลือกและเป็นผู้ประสานงาน ซึ่งเหมือนกับองค์กรอื่น ๆ ในประเทศไทย สำหรับองค์กรต่างประเทศ ซึ่งเป็นองค์กรในสหรัฐฯ นั้น อยู่ในมาตรฐานของ CSIET (The Council on Standards for International Educational Travel) ซึ่งเป็นหน่วยงานมาตรฐานการท่องเที่ยวเพื่อการศึกษานานาชาติ |
| » |
หลังการสมัคร องค์กรอเมริกันจะออกเอกสาร DS 2019 เพื่อให้นักเรียนใช้เป็นเอกสารประกอบในการยื่นขอ VISA ที่สถานทูตอเมริกัน สถานทูตจะเป็นผู้ตรวจสอบให้กับผู้ปกครองโดยอัตโนมัติว่านักเรียนจะสามารถเดินทางไปเรียนโดยถูกต้องหรือไม่ |
ถ้ากรณีเดินทางไปเรียนเอง โดยไม่ได้เข้าร่วมกับโครงการแลกเปลี่ยน จะเสียค่าใช้จ่ายยังไง ?
| » |
ค่า homestay ประมาณเดือนละ US$600 ดังนั้น 1 ปีการศึกษา = US$ 6,000 |
| » |
โรงเรียน high school รัฐบาลอเมริกัน ปกติคนต่างชาติจะไม่สามารถเข้าเรียนได้ แต่นักเรียนโครงการ ICE เป็นโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนซึ่งจัดโดยองค์กรสหรัฐอเมริกาที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลอเมริกันในการเป็น sponsor ให้กับนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งถือเป็นทุนพิเศษไปเรียนในฐานะ J1 (นักเรียนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมฯ) ถ้านักเรียนประสงค์จะไปเรียนเอง ต้องเรียนที่โรงเรียนเอกชนซึ่งมีค่าเล่าเรียนตั้งแต่ US$ 7,000 - US$ 16,000 ต่อปี ซึ่งเมื่อรวมกับค่าที่พักจะสูงถึง US$ 13,000 22,000 |
เดินทางเมื่อไร ?
| » |
ประมาณเดือนสิงหาคม - กันยายน กลับ เดือนมิถุนายน ของปีถัดไป (ประมาณ 10 เดือน) |
ถ้าต้องการเรียนต่ออีก 1 ปี ได้หรือไม่ ?
| » |
ไม่ได้ เนื่องจากนักเรียนเดินทางไปศึกษาในฐานะนักเรียนทุนแลกเปลี่ยน เป็น VISA แบบ J1 ไปศึกษาได้เพียง 1 ปี และต้องเดินทางกลับภายใน 2 สัปดาห์ หลังจบการศึกษา แต่นักเรียนสามารถกลับไปศึกษาต่อได้โดยใช้ VISA แบบ F1 และจ่ายเงินค่าเล่าเรียนปกติ |
ไปอยู่กับใคร เรียนที่ไหน เลือกได้หรือไม่ ?
| » |
นักเรียนจะไปพักกับอาสาสมัครครอบครัวอเมริกัน และเรียนในโรงเรียนรัฐบาลอเมริกัน นักเรียนไม่สามารถเลือกครอบครัวหรือโรงเรียนได้ |
| |
วิธีการคือ ICE จะมีแบบฟอร์มเอกสารให้นักเรียนกรอกประวัติส่วนตัว โดยต้องกรอกอย่างละเอียดถึงความเป็นอยู่ของนักเรียนกับครอบครัวในประเทศไทย กิจกรรมที่ชอบ ติดรูปถ่ายร่วมกับครอบครัว เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งไปยังองค์กรสหรัฐอเมริกา เพื่อให้ครอบครัวอเมริกันที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว และมีคุณสมบัติคล้ายกับครอบครัวนักเรียนมากที่สุดเป็นผู้เลือกนักเรียน (ครอบครัวแต่ละครอบครัวจะมีเหตุผลเลือกนักเรียนต่างกัน เช่น บางครอบครัวอาจต้องการคนเรียนเก่งมาก ๆ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีกับลูก หรือบางครอบครัวอาจต้องการคนมนุษย์สัมพันธ์ดี ชอบทำกิจกรรม เป็นต้น) ดังนั้นการกรอกประวัติจะสำคัญมาก รูปถ่ายควรเป็นรูปถ่ายยิ้ม เมื่อจับคู่ครอบครัวได้แล้ว นักเรียนจะได้รับการวางแผนให้เรียนในโรงเรียนของชุมชนนั้น ๆ เพื่อสะดวกในการเดินทาง และสะดวกต่อครอบครัวในการดูแล |
ถ้าไปอยู่แล้วมีปัญหากับครอบครัว จะขอย้ายได้หรือไม่่ ?
| » |
ขอย้ายได้เฉพาะที่มีเหตุผลสมควร |
| |
การเข้าพักกับครอบครัวอาสาสมัครนั้น นักเรียนต้องตระหนักว่าการไปอาศัยในครอบครัวนั้น นักเรียนต้องพยายามปรับตัวเข้าหาครอบครัว ในขณะเดียวกันครอบครัวอาสาสมัครก็จะปรับตัวเข้าหานักเรียนเช่นกัน นักเรียนจะต้องเชื่อฟังตามระเบียบของครอบครัว เช่นควรกลับบ้านไม่เกินกี่โมง กรณีมีกิจกรรมจำเป็นต้องกลับช้ากว่ากำหนดต้องขออนุญาตก่อนล่วงหน้า เสนอช่วยงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้าสามารถทำได้ ดูแลความเป็นระเบียบของข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของเรา เหล่านี้คือสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่นักเรียนควรปรับตัว แต่ถ้าปรับตัวแล้วมีความไม่เข้าใจกันเรื่องใด ๆ ก็ตาม นักเรียนควรแจ้งกับผู้ดูแลในชุมชนของนักเรียน ซึ่งเป็นตัวแทนขององค์กรสหรัฐอเมริกาได้ 24 ชั่วโมง โดยนักเรียนจะได้รับแจ้งชื่อ และ โทรศัพท์ ของตัวแทนนั้น ๆ หรือสามารถติดต่อ E-mail มาที่ ICE ได้ตลอดเวลา เมื่อตัวแทนได้รับแจ้งปัญหา ก็จะเข้าหารือกับนักเรียนและครอบครัวถึงเหตุผล และจะดำเนินการย้ายตามเหตุผลสมควรของนักเรียนและกับครอบครัวอาสาสมัคร เมื่อเหตุผลสมควร เจ้าหน้าที่ก็จะจัดหาครอบครัวให้ใหม่ โดยนักเรียนจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเดินทางเอง |
| |
** ครอบครัวอาสาสมัคร รับนักเรียนเข้าพักโดยไม่ได้รับผลตอบแทนใด ๆ แต่ยินดีดูแลนักเรียนด้วยความเต็มใจ และสมัครใจ เพื่อประโยชน์ที่ครอบครัวจะได้รับในการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่แตกต่าง ให้กับสมาชิกในครอบครัว ดังนั้น นักเรียนควรให้เกียรติในความเอื้อเฟื้อของครอบครัวอาสาสมัคร ** |
เดินทางไปสหรัฐอเมริกาอย่างไร ?
| » |
นักเรียนเดินทางจากประเทศไทยไปสหรัฐอเมริกาด้วยตนเอง เมื่อถึงสถานีปลายทางจะมีครอบครัวอาสาสมัคร หรือตัวแทนชุมชนเป็นผู้มารอรับนักเรียนที่สนามบินปลายทาง ซึ่งจะมีการนัดหมายกันล่วงหน้าก่อนเดินทาง (นักเรียนที่ประสงค์จะเข้ารับการปฐมนิเทศน์ที่สหรัฐอเมริกาจะเดินทางเป็นกลุ่ม และมีเจ้าหน้าที่องค์กรสหรัฐมารอรับ) |
เงินจ่ายสมทบเข้าร่วมโครงการครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ?
| » |
ค่าใช้จ่ายการศึกษาตามหลักสูตรทั้งหมด
1 ปีการศึกษา ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาใน Public High
School |
| » |
ค่าที่พัก อาหาร 2 มื้อ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา |
| » |
ค่าใช้จ่ายตัวแทนผู้ดูแลนักเรียนที่สหรัฐอเมริกา
24 ชั่วโมง ตลอด 1 ปีการศึกษา |
| » |
ค่าประกันสุขภาพ ตลอด 1 ปีการศึกษา |
| » |
ค่าจัดอบรมภาษาอังกฤษก่อนเดินทางในประเทศไทย และค่าใช้จ่ายอื่น
ๆ ในการเตรียมความพร้อมของนักเรียนก่อนเดินทาง |
| » |
ค่าใช้จ่ายในการประสานงานระหว่าง ICE กับ องค์กรสหรัฐอเมริกา
และระหว่าง ICE กับนักเรียน ตลอด 1 ปีการศึกษา ผู้ปกครองจะได้รับรายงานในเรื่องการใช้ชีวิตกับครอบครัว
การใช้ชีวิตในโรงเรียน และผลการเรียนของนักเรียน ทุก ๆ
3 เดือน |
| » |
ค่าดำเนินการยื่นขอ VISA (ไม่รวมค่าธรรมเนียม VISA
) |
ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่นๆ มีอะไรบ้าง ?
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นักเรียนต้องชำระเพิ่มเติม มีดังนี้.-
| » |
ค่าธรรมเนียม VISA (ประมาณ 100 เหรียญฯ) และค่ารหัสเข้าจองวันสัมภาษณ์ 12 เหรียญสหรัฐ |
| » |
ค่าธรรมเนียม SEVIS (ประมาณ 100 เหรียญฯ) และค่าไปรษณีย์ด่วน 30 เหรียดสหรัฐ |
| » |
ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ |
| » |
Pocket Money เดือนละ 150 - 250 เหรียญสหรัฐ |
ชำระเงินอย่างไร ?
| » |
ชำระเงินเป็นเงินสด ที่สำนักงาน ICE
เลขที่ 184/99 อาคารฟอรั่ม ทาวเวอร์ ชั้น 19 ถนนรัชดาภิเษก
เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10320 เบอร์โทร 0-2645-2081-2 โทรสาร 0-2248-8004 |
| » |
โอนเงินเข้าบัญชี บริษัทแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย
- นานาชาติ จำกัด |
นักเรียนที่เรียนอยู่ในชั้น
ม. 2 และอายุไม่ถึงเกณฑ์ ( 15 ปี ณ วันเดินทาง ) สมัครได้หรือไม่ ?
| » |
สามารถสมัครและมาสอบได้ โดยสามารถรักษาสิทธิ์ไว้ได้
2 ปี จนถึงวันที่นักเรียนมีคุณสมบัติ และพร้อมจะเดินทางไปได้
แต่นักเรียนที่อายุเกิน 18 ปี ณ วันเดินทาง จะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการนักเรียนทุนแลกเปลี่ยนได้
|
นักเรียนที่ไม่ได้รับการพิจารณาเข้าร่วมโครงการมีหรือไม่ ?
| » |
มี ดังนี้.-
| • |
คะแนนเฉลี่ยภาษาอังกฤษ ต่ำกว่า
C หรือมีคะแนนวิชาหลักๆ ต่ำกว่า C เช่น คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์ เป็นต้น |
| • |
ติดยาเสพติด หรือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือ
สูบบุหรี่ (จะถูกส่งตัวกลับทันทีที่ทางองค์กรสหรัฐอเมริกาทราบและไม่สามารถเรียกค่าใช้จ่ายใด ๆ
คืนได้) |
| • |
ไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ในเบื้องต้น
และไม่ผ่านมาตรฐานการสอบ SLEP TEST และการสอบสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ |
| • |
เป็นโรคติดต่อร้ายแรง หรือเป็นโรคประจำตัวร้ายแรง
|
| • |
ไม่ยินดีที่จะปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่
ๆ หรือมีปัญหาด้านบุคลิกภาพอย่างมากในการแสดงความมั่นใจที่จะอยู่ห่างจาก
พ่อ-แม่ |
| • |
มีคดีความติดตัว |
| • |
มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่จะเป็นนักเรียนแลกเปลีื่ยนที่จะประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลย์พินิจของ ICE |
|
การปรับตัวในโรงเรียนที่สหรัฐอเมริกายากหรือไม่
อย่างไร ?
| » |
ในด้านวิชาการนั้น นักเรียนไทยมีความสามารถเทียบเท่า
โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์แต่ในช่วงแรก ๆ ที่ไปศึกษาอาจจะมีปัญหาในด้านภาษา
เนื่องจากความไม่คุ้นเคยกับสำเนียงต่างชาติ ดังนั้นนักเรียนจะต้องฝึกฝนตนเองในด้านการฟังเพิ่มเติม
เพื่อให้ง่ายต่อการปรับตัวในช่วงแรก ๆ ซึ่ง ICE จะแนะนำและอบรมเพิ่มเติมให้ก่อนเดินทาง
และนักเรียนควรฝึกฝนด้วยตนเองด้วย ปัญหาอื่น ๆ จะไม่มีอะไร
ในโรงเรียนนักเรียนสามารถปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษาในด้านการวางแผนการเรียนได้
แผนการเรียนจะเหมือนของไทย คือ มีให้เลือก สายวิทย์
, สายศิลป์ หรือภาษาแต่นักเรียนจะต้องเลือกเรียนให้ต่อเนื่องจากที่เีีรียนในประเทศไทย |
นอกจากค่าใช้จ่ายที่แจ้งไว้แล้ว
นักเรียนต้องเตรียมเงินไปอีกหรือไม่ ?
| » |
ควรมีเตรียมไปบ้าง จำนวนเท่าไร ขึ้นอยู่กับ
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่จะไปซื้อ เช่น เสื้อผ้า สบู่
ยาสีฟัน ส่วนตัว หรือ ขนม เครื่องดื่ม อาหาร อื่น
ๆ ที่จะซื้อทานพิเศษ แต่ไม่ควรให้นักเรียนพกเงินติดตัวไปในวันเดินทางเกิน
$ 500 ผู้ปกครองควรส่งเงินให้นักเรียนมีติดตัวไว้ในแต่ละเดือนประมาณ
$250 โดยอาจทำบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตให้ไป และผู้ปกครองชำระเงินผ่านบัตรที่ประเทศไทย
ก็จะเป็นการปลอดภัยและสะดวก |
ทำไมคัดเลือกนักเรียนก่อนการเดินทางถึงเกือบ
1 ปี ?
| » |
เนื่องจาก นักเรียนจะต้องได้รับการเตรียมตัวในเรื่องของภาษาและเอกสารที่ต้องจัดเตรียมให้กับทางองค์กรสหรัฐอเมริกา
มีจำนวนมาก เพื่อจัดหาและคัดเลือกครอบครัวให้เหมาะสมกับประวัติครอบครัวของนักเรียนให้มากที่สุด
โดยจะเป็นการง่ายในการปรับตัวของทั้ง 2 ฝ่าย และจะต้องทำเรื่องสำรองที่เรียนให้กับนักเรียนในโรงเรียนรัฐบาลอเมริกัน
ตลอดจนการเตรียมเอกสารในการยื่นขอ VISA ของนักเรียน
ทุกขั้นตอนในการเตรียมตัวดังกล่าว จะเกี่ยวกับเอกสารจำนวนค่อนข้างมาก
ดังนั้น จึงต้องใช้เวลาล่วงหน้ามาก ก่อนเดินทาง ทั้งนี้ เอกสารในส่วนของนักเรียนที่ต้องจัดเตรียมในประเทศไทย
จะได้แจ้งให้นักเรียนจัดเตรียมเป็นระยะ ๆ ตามขั้นตอน
ซึ่ง ICE จะมีจดหมายแจ้งอีกครั้ง
เอกสารที่นักเรียนต้องจัดเตรียมโดยคร่าว ๆ จะมีดังนี้.-
| 1. |
เอกสารการเรียน หรือ ทรานสคริปต์ 3 ปีย้อนหลัง ตัวจริง โดยออกเป็นภาษาอังกฤษ และประทับตราโรงเรียนให้เรียบร้อย |
| 2. |
รูปถ่ายสีขนาด 3 x 3 นิ้ว จำนวน 10 รูป |
| 3. |
ข้อมูลประวัติการได้รับวัคซีนตั้งแต่เกิด |
| 4. |
บัญชีธนาคาร ของผู้ปกครองหรือผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เคลื่อนไหวไม่น้อยกว่า
6 เดือน และแสดงยอดเงินไม่น้อยกว่า 500,000 บาท เพื่อใช้ในการประกอบการยื่นขอ VISA |
| 5. |
ประวัติของนักเรียนโดยละเอียด และจดหมายแนะนำตัวนักเรียนต่อครอบครัวอาสา ICE จะจัดแบบฟอร์มเอกสารที่จะใช้กรอกและชี้แจงรายละเอียดกับนักเรียนอีกครั้ง |
ดังนั้น ด้วยเหตุผลข้างต้นจึงมีความจำเป็นอย่างมากในการคัดเลือกนักเรียนเร็วก่อนกำหนดการเดินทางล่วงหน้าเป็นเวลานาน |
การเทียบชั้นเรียนหลังจบการศึกษากลับมาทำอย่างไร ?
| » |
ICE ได้จัดให้มีการแนะแนว จากเจ้าหน้าที่กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการเพื่อให้ความรู้ดังกล่าว สรุปโดยคร่าว ๆ นักเรียนสอบผ่านชั้นเรียนกลับมาจะสามารถศึกษาต่อไปชั้นถัดไป ที่โรงเรียนเดิมได้ โดยต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกรมวิชาการ เนื่องจากโรงเรียนที่นักเรียนไปศึกษาที่สหรัฐอเมริกา เป็นโรงเรียนรัฐบาลและได้รับการรับรองวิทยฐานะในประเทศไทย (นักเรียนสามารถดูได้จากเอกสารของกรมวิชาการที่ ICE สำเนาให้) |
นักเรียนชาย จะผ่อนผัน รด. อย่างไร ?
| » |
ICE ได้จัดให้มีการแนะแนวจากเจ้าหน้าที่ กรมการรักษาดินแดน เพื่อให้ความรู้ดังกล่าว โดยนักเรียนจะได้รับทราบขั้นตอนเพื่อขอผ่อนผัน 1 ปี หรือจะขอความอนุเคราะห์จากอาจารย์ ผู้รับผิดชอบงานด้านรักษาดินแดนประจำโรงเรียน เป็นผู้ประสานงานกับกรมการรักษาดินแดน เพื่อรักษาสิทธิ์ |
ถ้าเป็นนักเรียนจบชั้น
ม.5 และไปศึกษา เกรด 12 ที่สหรัฐอเมริกา จะ Entrance อย่างไร ?
| » |
นักเรียนมีทางเลือก 2 ทาง
| 1. |
Entrance เข้ามหาวิทยาลัยของรัฐได้ตามระบบ Admission ที่รัฐบาลนำมาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2549 เป็นต้นไป หลังจากเทียบความรู้ ม.6 จากกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการแล้ว (เจ้าหน้าที่กรมวิชาการจะแจ้งให้ทราบ) ICE จะมีจดหมายให้นักเรียนแจ้งกับทางโรงเรียนให้รักษาสถานภาพนักเรียน
เพื่อกลับมาสามารถเทียบชั้นเรียนกับทางโรงเรียนได้
|
| 2. |
สามารถเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญได้
มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำของประเทศไทย
โดยมีระบบการสอบเป็นระบบการศึกษานานาชาติ สอนเป็นภาคภาษาอังกฤษตั้งแต่ระดับปริญญาตรี
ถึง ปริญญาโท หรือสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน หลักสูตรนานาชาติ |
|
ในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่นักเรียนไทยควรระมัดระวังและเป็นอันตรายสำหรับผู้หญิงมากที่สุด จากประสบการณ์ที่เคยได้ฟังหรือได้ยิน มีอะไรบ้าง มีหรือไม่ จะได้เป็นประสบการณ์กับผู้ที่จะไปในรุ่นต่อไป ?
| » |
การไปศึกษาต่อต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นประเทศอะไรก็ตาม
ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย ถ้าไปเรียนแล้ว ควรประพฤติตัวและเลือกปฏิบัติในสิ่งที่ดีที่ถูกต้องสิ่งที่ไม่ดีก็ไม่ควรปฏิบัติ
แต่สำหรับผู้หญิง ผู้ปกครองอาจจะมีความกังวลในความปลอดภัยมากกว่าเด็กผู้ชาย
แต่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเรา
ในโรงเรียนที่เมืองไทยก็มีสิ่งที่ไม่ดี แต่ถ้าเราวางตัวดี
ไม่เข้าใกล้สิ่งที่ไม่ดีเราก็จะปลอดภัย เมืองนอกก็เหมือนกัน
การเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนนั้น จะมีกฎระเบียบสำหรับตัวนักเรียนในเรื่องเวลาการเข้า-ออกจากบ้าน
ครอบครัวที่นักเรียนพักด้วยได้ผ่านการเลือกสรรไว้อย่างดี
และโรงเรียนก็จะเป็นโรงเรียนที่อยู่ใกล้ ๆ บ้าน เพื่อให้นักเรียนเกิดความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทาง
|
ไม่ทราบว่าเด็กเรียนสายวิทย์
ม. 4 แล้วไปเรียนที่สหรัฐเป็น ม. 5 ไม่รู้ว่าเรียนวิชาของสายวิทย์เหมือนแบบบ้านเราไหม
คือมีเรียนวิชาด้านวิทยาศาสตร์ หรือเปล่า และไม่ทราบว่ากลับมาจะมีปัญหาการเรียนต่อหรือไม่
และการเทียบหน่วยกิตจะได้หมดทุกวิชาหรือไม่ หรือต้องมาเก็บวิชาหลักทั้ง
3 หรือไม่ ?
| » |
นักเรียนที่เรียนอยู่ในเมืองไทยไม่ว่าจะเรียนสายวิทย์หรือสายศิลป์
จะไม่มีปัญหาในการเลือกวิชาเรียนในสหรัฐ โรงเรียนรัฐบาลสหรัฐฯ
จะมีวิชาทุกแขนงให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นสายวิทย์ สายศิลป์
หรือสายวิชาชีพต่าง ๆ มากมาย เช่นเดียวกับของเรา |
ถ้าไปเรียน เกรด 10
ที่สหรัฐสิ่งที่นักเรียนต้องขอกลับมาหรือจะได้รับคือ ผลการเรียน
และจะมีอะไรที่ต้องขอมาหรือได้รับใบอะไรอีก ?
| » |
จะต้องขอใบรายงานผลการเีรียนรายวิชา (transcript) และนักเรียนจะได้รับใบประกาศนียบัตรกการเข้าร่วมโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน |
หลักสูตรการศึกษา High
School ที่นั่น ต้องเรียนวิชาใดบ้าง กำหนดคะแนนเฉลี่ยเท่าใดจึงผ่าน
และมีแยกสาขาวิชาเป็นสายวิทย์- ศิลป์ หรือไม่ ?
| » |
นักเรียนจะต้องได้เกรดเฉลี่ย C ขึ้นไป ส่วนวิชาที่ต้องเรียน นักเรียนสามารถเลือกได้โดยให้สอดคล้องกับที่เรียนมา คือ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ สังคม วิทยาศาสตร์ และพละศึกษา |
|
|